ILDEX to open in the Philippines

Press Release Bangkok-Manila, 6 June 2019 – VNU Exhibitions Asia Pacific Co., Ltd. ILDEX Exhibitions, the International livestock, dairy, meat processing and aquaculture exposition, premieres in the Philippines at the “ILDEX Forum, Philippines” on Thu. 27th June 2019 at Corregidor Room B, Century Park Hotel, Manila, the Philippines.

In a report by the Philippine Institute for Development Studies (PIDS), the livestock and poultry sectors present “a glimmer of light in local agriculture that is projected to continuously grow in the next decade”. The report also noted the consistent growth of the livestock and poultry industry, which has contributed positively to the economy even with less support from the government than other agricultural commodities. There is a clear indication that the Philippine government would like to reform the livestock sector and there is growing domestic demand.

This event aims to be a platform of expertise sharing knowledge on sustainable management in the pig and poultry business.  International speakers from global companies will present their views in three different categories including breeding, feed, and farm management. Chris Jackson, Export Manager at UKTAG Technology for Agriculture and Genetics will present ‘Optimum profitability in pig breeding depends on an extended genetic base and artificial insemination’ and the Buhler Group will share information on the topic ‘Proper feed mill equipment in pig farms can improve feed quality and operational efficiency’. Last but not least, Big Dutchman Philippines will share their strategy to encourage pig farmers to engage in the sustainable management of waste. ILDEX Forum expects to welcome livestock industry leaders as well as investors to also expand their business opportunities.

ILDEX Forum, Philippines will be held on Thursday 27th June 2019 at Corregidor Room B, Century Park Hotel, Manila, Philippines from 16.30 to 18.35 hrs. Registration is available at REGISTRATION LINK by 14 June 2019 on a first come, first served basis.


Ms.Panadda Kongma, Head of Compretence at the Center Livestock of VNU Exhibitions Asia Pacific said “This essentially shows the readiness of the Philippine government to support and make a fresh start for the country’s livestock industry, which definitely creates great opportunities for the inclusion of technologies in improving the productivity of the livestock industry. Therefore, businesses can enjoy a new beginning in the Philippine livestock industry. The global and regional joint Livestock venture is also a promising means to inspire and earn domestic trust at the early stage”.

About ILDEX Exhibitions

ILDEX Indonesia 2019: 18-20 September 2019 at ICE, Jakarta, Indonesia. 

ILDEX Vietnam 2020: 18-20 March 2020 at SECC, Ho Chi Minh City, Vietnam.

For more information and to find the best location to be a part of us, please visit

Communication team: Saengtip (Rainy),, +662 6700900 Ext.122

Sasiwimon (TonToey),, +662 6700900 Ext.216

About VNU Exhibitions Asia Pacific Co., Ltd.

VNU Exhibitions Europe from the Netherlands and TCC Exhibition and Convention Center from Thailand, have entered into a joint venture and founded VNU Exhibitions Asia Pacific Co., Ltd. (VNUEAP), based in Bangkok, Thailand.  VNUEAP now focuses on the development of business-to-business exhibitions in the South East Asian region, in particular in livestock, agriculture and science laboratory technology.

Livestock Profile: The company has been running livestock shows, especially in animal protein production, for more than 30 years,. The largest trade show is ‘VIV Asia’ – the No.1 international trade show ‘From Feed to Food for Asia’ in collaboration with VNU Exhibitions Europe.  In 2020, we will establish a new show called ‘VIV health & nutrition Asia’ in Bangkok, where we will focus on feed & pharmaceutical ingredients, genetics and hi-tech farm solutions.   

Apart from the animal protein production show in Bangkok, VNUE AP has also developed ILDEX Exhibitions in Vietnam and Indonesia.  ILDEX’s objective is to serve the local markets. We bring in international expertise to complement the local experts especially in fast-growing countries like Vietnam, Indonesia and soon the Philippines.

At the international conference, we, together with Positive Action Publications from the UK, co-organized Pig Poultry& Dairy Focus Asia (PPDFA). The conference is Asia’s leading technical conference that takes place in Bangkok every 2 years.

Livestock trade shows calendar:

ILDEX Indonesia 2019: 18-20 September 2019 at ICE, Jakarta (

PP&DFA 2020: 13-15 January 2020 at AVANI Riverside Hotel, Bangkok, Thailand (

VIV health & nutrition 2020: 15-16 January 2020 at BITEC, Thailand (

ILDEX Vietnam 2020: 18-20 March 2020 at SECC, Ho Chi Minh City, Vietnam (

VIV Asia 2021, 10-12 March 2021 at Bangkok, Thailand (

อิลเด็กซ์ พร้อมลุยตลาดปศุสัตว์ พิลิปปินส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ – มะนิลา: 7 มิถุนายน 2562

วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค ผู้จัดงานแสดงเทคโนโลยีและเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม กระบวนการแปรรูปเนื้อสัตว์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมลุยตลาดปศุสัตว์ในประเทศฟิลิปปินส์ โดยเตรียมการจัดงานสัมมนาเชิงวิชาการโดยรวมบรรดานักลงทุน บริษัทชั้นนำ หน่วยงาน สมาคม และสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าร่วมงาน “อิลเด็กซ์ ฟอรั่ม ฟิลิปปินส์” จัดเป็นครั้งแรกที่กรุงมะนิลา ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน 2562 ณ ห้อง Corregidor B โรงแรมเซนจูรี่ ฟาร์ค กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

จากข้อมูลของสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศฟิลิปปินส์ (PIDS) รายงานว่า แนวโน้มของอัตราการเติบโตภาคธุรกิจปศุสัตว์และสัตว์ปีก คาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงทศวรรษหน้า ซึ่งการเติบโตนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งและส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศ แม้ว่าทางภาครัฐบาลไม่ได้เข้ามาสนับสนุนมากหนักเมื่อเทียบกับธุรกิจภาคเกษตรอื่นๆ แต่ก็ยังมีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องการที่จะปฏิรูปภาคปศุสัตว์ที่มีอุปทานภายในประเทศสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 จึงเป็นที่มาของการริเริ่มเข้ามาจัดงานในตลาดปศุสัตว์ของประเทศฟิลิปปินส์ครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแบ่งปันข่าวสารความรู้ในด้านการจัดงานธุรกิจปศุสัตว์อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านการผลิตหมูและสัตว์ปีกโดยเชิญวิทยากรจากบริษัทชั้นนำระดับโลกมาร่วมบรรยายภายในงานครั้งนี้มากถึง 3 ท่านซึ่งแต่ละวิทยากรจะมานำเสนอมุมมองที่ต่างกัน แบ่งเป็นหัวข้อตั้งแต่การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์ ระบบการจัดการอาหารสัตว์และการวางแผนจัดการฟาร์ม ในหัวข้อ “การสร้างผลกำไรจากการปรับปรุงสัตว์ด้วยการผสมเทียมและพันธุศาสาตร์ที่เหมาะสม” นำเสนอโดย Chris Jackson ผู้จัดการฝ่ายการส่งออก บริษัท UKTAG เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและพันธุศาสาตร์ วิทยากรท่านต่อมาคือ ตัวแทนจากกลุ่มบริษัท Buhler ที่จะมาแบ่งปันในหัวข้อ “อุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มหมูที่สามารถปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์” และปิดท้ายด้วย Patrick Ty กรรมการผู้จัดการ บริษัท Big Dutchman Philippines ที่จะมาพูดในหัวข้อ “กลยุทธ์การส่งเสริมจัดการของเสียในฟาร์มหมูอย่างยั่งยืน” ด้วยการสนับสนุนจากธนาคารท้องถิ่น งานอิลเด็กซ์ ฟอรั่ม ในครั้งนี้จึงคาดหวังที่จะต้อนรับผู้นำ นักลงทุน ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่กำลังมองหาโอกาสทางการขยายธุรกิจต่อไป 


งาน อิลเด็กซ์ ฟอรั่ม ฟิลิปปินส์ จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562 ณ ห้อง Corregidor B โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค ณ กรุง มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างเวลา 16.30 – 18.35 น. โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ หรือแจ้งความจำนงที่ ภายในวันที่ 14 มิถุนายนนี้

หัวหน้าสายงานธุรกิจปศุสัตว์ ประจำ วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค – คุณปนัดดา ก๋งม้า กล่าวว่า “จากข้อเท็จจริงดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลในประเทศฟิลิปปินส์ที่ให้สัญญานเชิงบวกและพร้อมที่จะเข้ามาสนับสนุนธุรกิจปศุสัตว์ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปิดโอกาสให้เกิดการรวมเทคโนโลยีในสายการผลิตและการปรับปรุงธุรกิจภาคปศุสัตว์ เพื่อดึงนักลงทุนเข้าสู่ประเทศและได้รับความไว้วางใจในระยะแรกเริ่มนี้”

ข้อมูลงาน อิลเด็กซ์

งานอิลเด็กซ์ อินโดนีเซีย 2019 วันที่ 18-20 กันยายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการ ICE กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

งานอิลเด็กซ์ เวียดนาม 2020 วันที่ 18-20 มีนาคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการ SECC กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม


ฝ่ายสื่อสารการตลาด ติดต่อ คุณแสงทิพ เตชะปฏิภาณดี โทร. 02-6700900 ต่อ 122


เกี่ยวกับ บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค

บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค เกิดจากการร่วมหุ้นกันระหว่าง บริษัท วีเอ็นยู ยุโรป ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ บริษัทกลุ่ม TCC Group ในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่กรุงเทพ ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจด้านการเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าและงานประชุมนานาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาคธุรกิจปศุสัตว์ เกษตรกรรม และเครื่องมือห้องปฏิบัติการ

ในส่วนของสายงานธุรกิจปศุสัตว์ เป็นธุรกิจที่เรามีความชำนาญมากที่สุด ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี โดยมีงานแสดงเทคโนโลยีธุรกิจปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย คือ “วิฟ เอเชีย” งานเดียวที่นำเสนอทุกขั้นตอนตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงอาหาร และอีกหนึ่งงานที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2020 นี้ คือ “วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชั่น เอเชีย” ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเน้นไปทาง อาหารสัตว์, พันธุศาสตร์ และแนวทางแก้ปัญหาการจัดการฟาร์มชั้นสูง ซึ่งทั้งสองงานนี้จัดขึ้นที่ กรุงเทพ ประเทศไทย

ในส่วนของงานปศุสัตว์ในตลาดต่างประเทศ ทางบริษัทได้สร้าง งาน “อิลเด็กซ์” ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีปศุสัตว์ที่เน้นไปที่ตลาดท้องถิ่น โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ 2 ปี ณ ประเทศอินโดนีเซีย และ เวียดนาม นำความพร้อมที่และความเชี่ยวชาญในการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติไปจัดในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางปศุสัตว์อย่างต่อเนื่อง อย่าง อินโดนีเซีย, เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในเร็วๆ นี้

ในส่วนของงานประชุมนานาชาติ บริษัทร่วมมือกับพันธมิตรสื่อมวลชนชั้นนำระดับโลกอย่าง Positive Actions Publications จัดงานประชุมทางเทคนิคขั้นสูงสำหรับธุรกิจ หมู, สัตว์ปีก, ผลิตภัณฑ์นม สำหรับภูมิภาคเอเชีย หรือ PPD&FA เวียนมาจัดเป็นประจำทุกๆ 2 ปี ณ กรุงเทพ ประเทศไทย รายละเอียดเพิ่มเติมที่

Agritechnica Asia organisers launch new agricultural events in Thailand and Myanmar


Agritechnica Asia organisers launch new agricultural events in Thailand and Myanmar

  • “Agritechnica Asia live – Field Demonstrations of Agricultural Machinery” in Myanmar 29th and 30th November
  • “Agrifuture Conference & Exhibition – Prepare Yourself for Tomorrow’s Agri-Business” in Thailand 2nd and 3rd of December

Frankfurt/Main, Germany, 24th May 2019 – The organisers of Agritechnica Asia, the DLG (German Agricultural Society) and VNU Exhibitions Asia Pacific, today announced they will launch two new events, located in Thailand and Myanmar, for the agricultural sector in South East Asia before the end of 2019. These new activities are part of the bold strategy for the Thailand-based Agritechnica Asia trade fair, to facilitate farming solutions to local farmers in this region.

The dedicated farming events, “Agritechnica Asia live – Field Demonstrations of Agricultural Machinery” will take place near Myanmar’s capital city of Naypyitaw on 29th and 30th November, and “Agrifuture Conference & Exhibition – Prepare Yourself for Tomorrow’s Agri-Business” is scheduled to be held in Bangkok, Thailand, on 2nd and 3rd of December.

“Agritechnica Asia based in Bangkok is a successful off-shoot of Agritechnica, which is the world’s largest agricultural machinery trade fair and is held in Germany every two years. Agritechnica Asia is now in its third edition and has already established itself as a leading platform in South East Asia for agricultural machinery solutions. These two new events in Thailand and Myanmar are similar to technology showcase road shows with specific and highly technical content brought directly to the farmers at their door step,” said Jens Kremer, Deputy Managing Director of DLG Service.

“They fulfil a need for more knowledge in a specific area such as rice cultivation or specific mechanisation issues. Agritechnica Asia acts to bring this together,” added Kremer.

“We are pleased that the cooperation signed three years ago between VNU Exhibitions Asia Pacific and DLG is bearing fruit. We are working together to not only offer solutions to the farming sector but we are also tuning in to needs that are in some cases very local,” commented Heiko Stutzinger, Managing Director of VNU Exhibitions Asia Pacific.

New event in Thailand – Agrifuture Conference & Exhibition

The new Agrifuture Conference & Exhibition event will be held at a venue in the city of Bangkok and is expected to attract about 1,200 attendees from across Asia-Pacific. The format is an international conference with accompanying side-exhibition and networking sessions. Farmers, machinery operators/owners/contractors, dealers, co-operatives, researchers and technicians, and decision and policy makers are among those expected to attend.

The first day of the event will include formal conference sessions on two topics, “Regional & global markets” and “Smart crop management & post-harvest technology”, while the focus on the second day is on “Mechanisation & Financing”. The exclusive exhibition taking place throughout the event is expected to feature about 30 exhibitors of disruptive technology for future farming.

DLG’s Katharina Staske, project manager of Agritechnica Asia, said the new events have been introduced to complement Agritechnica Asia, which takes place for the third time from 7th to 9th May 2020 in Bangkok.

“Along with our international farmers’ network, the DLG has expanded its relationship with farmers and expert organizations in South East Asia, and notably Thailand and Myanmar,” added Staske. “It is through working with these organizations that we have come up with two new events that will focus on specific arable production areas that require targeted technical solutions.”

“These are exclusive events that bring a selected group of farmers together where knowledge acquisition is the main focus, and alongside we offer an exclusive platform for organisations to promote their products and services.”

New event in Myanmar – “Agritechnica Asia live”

The new Agritechnica Asia live event in Myanmar is expected to attract about 1,000 visitors from the area around its venue, a location also hosting a World Bank-funded Agricultural Development Support Project. Rice production will be central to the two-day event, with co-partners that include the International Rice Research Institute (IRRI), the Myanmar Rice Federation (MRF) and the World Bank (WB). The country’s Agricultural Mechanisation Department (AMD) of the Ministry of Agriculture, Livestock and Irrigation will be the official host.

Like last year’s Mechanisation Field Day, partnered by IRRI, and also held in Myanmar, the event is expected to attract farmers, machinery operators/owners, mechanisation service providers, MRF members, researchers and technicians, and decision and policy makers. The programme will feature a field demonstration and networking dinner on the first day and a seminar on the second day.




DLG promotes technical and scientific progress in the food and farming sectors

The DLG is a politically independent, non-profit organisation promoting technical and scientific progress and knowledge transfer in the food and farming sectors. It was founded in 1885 by engineer, writer and visionary Max Eyth, who was convinced that the industrial revolution, and mechanisation in particular, would have a major impact on the agricultural sector. Eyth’s ideas remain at the centre of the DLG’s activities to this day.

The new Agritechnica Asia live event not only meets the DLG’s objectives of transferring knowledge across borders, but is in line with the stated goal of the Myanmar Rice Sector Development Strategy. The country aims to be a food-secure nation where smallholder farming households triple their household incomes, including income derived from rice and rice-based farming, thereby enjoying a decent standard of living comparable to that of urban dwellers. The sustainable intensification of rice production, using efficient and effective natural resource management methodologies for higher rice productivity and profitability, is the cornerstone for achieving this goal by 2030.

Agritechnica Asia is organised by the DLG and VNU Exhibitions Asia Pacific, and is a spin-off from the highly successful Agritechnica, the world’s largest trade fair for farm machinery held every two years in Hanover, Germany. Agritechnica Asia’s South East Asian team will organise the new “Agritechnica Asia live – Field Demonstrations of Agricultural Machinery” and “Agrifuture Conference & Exhibition – Prepare Yourself for Tomorrow’s Agri-Business” events, and more information about these can be found online at  | .


Media contact:
Malene Conlong
Tel: +49 69 24788237

ผู้จัดงาน AGRITECHNICA ASIA 2020 พร้อมกระตุ้นภาคเกษตรไตรมาสสุดท้ายจัด 2 งาน 2 ประเทศทั้งไทยและพม่า ปลายปีนี้



  • “AGRITECHNICA ASIA Live” งานสาธิตเครื่องจักรกลการเกษตร กำหนดจัดงาน 29-30 พฤศจิกายน 2562 ณ ประเทศพม่า
  • “Agrifuture Conference & Exhibition” งานประชุมและงานแสดงเทคโนโลยีเกษตรแห่งอนาคต เตรียมความพร้อมสำหรับโลกธุรกิจเกษตรสมัยใหม่ยุค 5.0 หรือในสภาวะ Digital Disruption กำหนดจัดงาน 2-3 ธันวาคม 2562 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

4 มิถุนายน 2562 – องค์กรเกษตรแห่งเยอรมัน (DLG) และ วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค ผู้จัดงาน AGRITECHNICA ASIA 2020 แถลงเปิดตัว 2 งานใหม่ล่าสุด เพื่อกระตุ้นการลงทุนภาคเกษตรทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชีย กำหนดจัดงานทั้งสอง ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์สำคัญในการช่วยผลักดันการพัฒนาภาคเกษตร โดยมุ่งเน้นวิธีแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์การทำเกษตรด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) และเกษตรดิจิทัลสำหรับเกษตรกรในภูมิภาคโดยเฉพาะ

ภายในงาน AGRITECHNICA ASIA Live 2019 จะมีการสาธิตเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งงานนี้จะถูกจัดขึ้นใกล้กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2562 และ “Agrifuture Conference & Exhibition” งานประชุมและงานแสดงเทคโนโลยีการเกษตรแห่งอนาคต มีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคม 2562 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ ศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Jens Kremer รองกรรมการผู้จัดการ DLG service กล่าวว่า “งาน AGRITECHNICA ASIA ซึ่งจัดอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ถือเป็นความสำเร็จของ AGRITECHNICA งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นในประเทศเยอรมนีทุกๆ 2 ปี ปัจจุบัน งาน AGRITECHNICA ASIA จัดมาแล้วถึง 3 ครั้ง และก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการทำเกษตรแบบครบวงจรตั้งแต่ก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรจนถึงหลังการเก็บเกี่ยว และเป็นที่มาของการจัดสองงานล่าสุดปลายปีนี้ ขึ้นในประเทศไทยและพม่า เสมือนเป็นงานแสดงเทคโนโลยีเกษตรและงานประชุมนานาชาติที่เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทางและนำเสนอเนื้อหานวัตกรรมจากเทคโนโลยีชั้นสูงที่ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบมาจากต่างประเทศถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านงานที่จัดขึ้นครั้งนี้”

Jens Kremer ยังย้ำอีกว่า “ภายในงานนี้จะเติมเต็มความรู้เรื่องการทำเกษตรแม่นยำสูง เช่น การเกี่ยวข้าว ตัดอ้อย ปลูกข้าวโพด รวมไปถึงการนำเสนอการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรหลายประเภทที่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะทาง ซึ่งงาน AGRITECHNICA ASIA 2020 ก็จะนำเสนอเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบด้วย”

Heiko M. Stutzinger กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีเอ็นยูเอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีมากที่บริษัท วีเอ็นยูฯ ได้ลงนามร่วมมือกับองค์กรเกษตรแห่งเยอรมัน เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งผลลัพธ์ได้ประจักษ์แล้วว่า พวกเราทำงานร่วมกันไม่ใช่เพียงแค่ต้องการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรทั่วไป แต่จัดงานเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับความต้องการในบางกรณีของแต่ละพื้นที่ด้วย”

Agrifuture Conference & Exhibition ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

งานประชุมและงานแสดงเทคโนโลยีเกษตรแห่งอนาคต Agrifuture Conference & Exhibition กำหนดจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโลกธุรกิจการเกษตรสมัยใหม่ ในยุค Digital Disruption เป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าเรียนเชิญผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,200 คนจากทั่วภูมิภาคเอเชีย ตั้งคอนเซปท์การจัดงานที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ผ่านงานประชุมนานาชาติที่มีการงานจัดนิทรรศการแสดงสินค้า และการเชื่อมต่อเครือข่ายทางธุรกิจ ที่เกษตรกร ผู้ประกอบการค้าและผู้รับจ้างให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร เจ้าของบริษัท เจ้าของสวน/ไร่ ตัวแทนจำหน่าย สหกรณ์เกษตร นักวิจัย นักวิชาการเกษตร นักวิศวกรรมเกษตร และนักวางแผนและพัฒนานโยบายภาครัฐ จะเป็นกลุ่มที่เรียนเชิญให้เข้าร่วมงานในครั้งนี้

ในวันแรกของการประชุมจะเรียนเชิญผู้นำด้านการผลิตและซื้อขายสินค้าเกษตรมาบรรยายใน 2 หัวข้อหลัก 1. แนวโน้มการเติบโตของผลผลิตทางการเกษตรในตลาดโลกและภูมิภาคต่างๆ (Global & Regional Crop Markets) 2. เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) โดยเน้นไปที่เกษตรดิจิทัล ได้แก่ การทำเกษตรแม่นยำสูง ดาวเทียมเพื่อการเกษตร การวางแผนจัดการพื้นที่และวางระบบน้ำ โดยใช้เทคโนโลยี IoT การพัฒนาเมล็ดพันธุ์และดิน การตรวจสอบย้อนกลับ และเครือข่ายการเก็บข้อมูล การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูปและสร้างแบรนด์ เพื่อขยายสู่ตลาดสุขภาพและความงาม รวมถึงเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ในขณะที่วันที่สองนั้นจะมุ่งเน้นในส่วนของ “การบริหารจัดการการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการจัดการทางการเงินและต้นทุนการผลิต (Mechanization & Financial Management)” โดยคาดหวังว่างานแสดงเทคโนโลยีการเกษตรขึ้นสูงที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ จะมีผู้ประกอบการกว่า 30 ราย ที่จัดแสดง Disruptive Technology ของการทำเกษตรในอนาคต


AGRITECHNICA ASIA Live ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า

การจัดงาน AGRITECHNICA ASIA Live ประเทศพม่า คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 1,000 ราย จากพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นจุดภุมิศาสตร์ที่ธนาคารโลกให้กองทุนสนับสนุนโครงการการพัฒนาภาคเกษตร โดยเน้นไปที่การผลิตข้าวตลอดทั้ง 2 วันที่จัดงาน โดยมีเจ้าภาพร่วมการจัดงาน ได้แก่ สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (International Rice Research Institute: IRRI) สหพันธ์ข้าวเมียนมา (Myanmar Rice Federation) ธนาคารโลก (World Bank) กรมเกษตรกลวิธาน (Agricultural Mechanization Department) ภายใต้กระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และการชลประทานแห่งประเทศพม่า






เช่นเดียวกับงาน Mechanization Field Day ที่ถูกจัดขึ้นในประเทศพม่าเมื่อปีที่แล้ว ก็ได้ความร่วมมือจาก IRRI โดยการจัดงานครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการค้าและให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร สมาชิกกลุ่มสหพันธ์ข้าวเมียนมา นักวิจัย นักวิศวกรรมเกษตร และช่างเทคนิค รวมถึงผู้ตัดสินใจ และผู้กำหนดนโยบายภาครัฐ ภายในงานจะมีการสาธิตเครื่องจักรกลการเกษตรพร้อมงานเลี้ยงอาหารค่ำในวันแรกและการสัมมนาในวันที่สอง

Katharina Staske ผู้จัดการโครงการ AGRITECHNICA ASIA ของ DLG กล่าวว่า “วัตถุประสงค์ของการจัดงานใหม่นี้ มีการเชื่อมโยงกับการจัดงาน AGRITECHNICA ASIA 2020 ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2563 ในกรุงเทพฯ ด้วยเครือข่ายเกษตรกรระหว่างประเทศ ที่เราพัฒนาและขยายความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา การทำงานร่วมกับองค์กรและผู้เชี่ยวชาญภาคเกษตร ได้สร้างจุดแข็งให้งานทั้ง 2 งาน ที่มุ่งเน้นเรื่องการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด และสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมและอภิปรายแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งงานนี้จะเป็นกิจกรรมพิเศษที่นำกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกทั่วภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย ที่มีความต้องการแสวงหาความรู้และมีเป้าหมายที่จะยกระดับธุรกิจเกษตรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ก้าวสู่ยุคดิจิทัล”

DLG มีวิสัยทัศน์ที่จะสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหารและสินค้าเกษตร

DLG เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการเกษตรและอาหาร ก่อตั้งขึ้นในปี 1885 โดยกลุ่มวิศวกร นักประพันธ์ และผู้นำองค์กรอย่าง Max Eyth ซึ่งเชื่อมั่นว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรมีผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาภาคเกษตรกรรม ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาภาคเกษตรจนถึงปัจจุบันนี้

งาน AGRITECHNICA ASIA Live ที่จัดขึ้นใหม่นี้ไม่เพียงแต่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของ DLG ในการถ่ายทอดความรู้ข้ามเขตภูมิภาค แต่ยังบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามยุทธศาสตร์ในการพัฒนาข้าวของพม่า ที่ต้องการเป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านอาหาร และมีเกษตรกรรายย่อยที่ทำรายได้เป็นสามเท่าของครัวเรือน และรายได้ที่ได้จากการผลิตข้าวจะส่งผลให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะเป็นฐานการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการจัดการปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มผลผลิตและผลกำไรจากการผลิตข้าวให้สูงขึ้น และตั้งเป้าว่าจะประสบความสำเร็จตามรากฐานที่วางไว้ภายในปี 2573

AGRITECHNICA ASIA จัดโดย DLG และ วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค ซึ่งงาน Agritechnica ถือต้นแบบการจัดงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นทุก 2 ปี ณ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ซึ่งผู้จัดงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Agritechnica กำหนดจัดงาน “AGRITECHNICA ASIA Live” และ “Agrifuture – Prepare Yourself for Tomorrow’s Agri-Business”  รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับงานนี้ได้ที่:  | .


ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ติดต่อ คุณแสงทิพ เตชะปฏิภาณดี โทร. 02-6700900 ต่อ 122 | อีเมล์

รวมผู้นำสู่เวียดนาม ผลักดันอนาคตของอุตสาหกรรมพืชสวน ผ่านงาน HortiFuture Vietnam

กรุงโฮจิมินห์ เวียดนาม – 18 เมษายน 2562 : ผู้นำในอุตสาหกรรมพืชสวนรวมตัวกันที่กรุงโฮจิมินห์ เวียดนามเพื่อจัดงานประชุมสุดยอดนักลงทุนในอุตสาหกรรมพืชสวนเวียดนาม “HortiFuture Vietnam” ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท GrowAsia, PSAV, วีเอ็นยู เอ็กซฺบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค, กระทรวงเกษตรธรรมชาติและการควบคุมอาหารของประเทศเนเธอร์แลนด์ และ กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ณ โรงแรมเร็กซ์ กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เพื่อนำไปสู่การวางรากฐานของอุตสาหกรรมพืชสวนในอนาคต ภายใต้แนวคิด Future Technologies, Today’s Vision! นวัตกรรมแห่งอนาคต เริ่มต้นที่วิสัยทัศน์ในวันนี้ ซึ่งการจัดงานประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย มีผู้เข้าชมงานมากกว่า 150 ท่านที่มาจากอุตสาหกรรมพืชสวนโดยตรง พร้อมที่จะวางแผนและสร้างการเชื่อมโยงระหว่างผู้ปลูกรายใหญ่กับรายย่อยเข้าด้วยกันด้วยเทคโนโลยี มุ่งเน้นการรวมตัวกันจากหลายภาคส่วนเพื่อกระตุ้นให้อุตสาหกรรมพืชสวนเติบโตอย่างยั่งยืนและเพิ่มอัตราการแข่งขันต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งนี้งานครั้งนี้จะประสบความสำเร็จไม่ได้หากปราศจากความร่วมมือจาก คณะทำงานของบริษัท PSAV, ผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมพืชสวนเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศเวียดนาม รวมถึงเครือข่ายอุตสาหกรรมพืชสวนของงาน Horti Asia การประชุมในครั้งนี้เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนรายย่อยที่กำลังมองหาโอกาสทางการลงทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมพืชสวนของประเทศเวียดนามและทั่วโลก ซึ่งนอกจากงานประชุมยังมีการจับคู่ธุรกิจท้ายงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. a) Greater access to finance การจัดการด้านการเงินที่ดีขึ้น
  2. b) Consumer and retailer awareness การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้ค้ารายย่อย
  3. c) National standards for quality and certification การสร้างมาตรฐานแห่งชาติด้านคุณภาพและการรับรอง

ซึ่งหากนักลงทุนในอุตสาหกรรมนำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ ย่อมสามารถกระตุ้นการลงทุนและเร่งการเติบโตในภาคเกษตรพืชสวนให้มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งแนวคิดต่างๆ ภายในงานประชุมครั้งนี้มาจาก บริษัท PSAV ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้กระทรวงเกษตรของประเทศเวียดนาม

นาย Le Quoc Doanh ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทประเทศเวียดนาม กล่าวว่า “ภาคเกษตรของประเทศเวียดนาม มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ผมมั่นใจว่า งานประชุม HortiFuture ภายใต้แนวคิด Future Technologies, Today’s Vision! นวัตกรรมแห่งอนาคต เริ่มต้นที่วิสัยทัศน์ในวันนี้ เป็นงานประชุมที่มีประโยชน์และเกี่ยวข้องกับกระทรวงของเราอย่างยิ่ง ผมจึงอยากเชิญชวนให้ภาคเอกชนมาร่วมแบ่งปันเทคโนโลยีทางการเกษตรเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกันกระตุ้นการพัฒนาระดับประเทศต่อไป”


นาย Nguyen Ngoc Bao ประธานพันธมิตรสหกรณ์แห่งประเทศเวียดนาม กล่าวว่า “งานประชุม HoriFuture เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับการเชื่อมโยงหน่วยงานของเราไปยังตลาดนักลงทุนรายย่อย อีกทั้งยังได้เรียนรู้จากประสบการณ์การปฏิบัติในการทำเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งนับเป็นการเปิดโอกาสให้ VCA เชื่อมต่อกับนวัตกรรมสำหรับอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ”


วิสัยทัศน์และแนวคิดที่โดดเด่นของ งาน HortiFuture มาจากทั้งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และ ภาครัฐของประเทศเวียดนาม รวมถึงความร่วมมือจาก Marjolijn Sonnema รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรธรรมชาติและคุณภาพอาหาร, ประธานาธิบดี Nguyen Ngoc Bao จากพันธมิตรสหกรณ์เวียดนาม, Gabrielle Nuijtens จาก Topsic Horticulture, อดีตนักธุรกิจหญิงแห่งปี Meins Prins จาก CEO / ผู้ก่อตั้ง PRIVA ผู้สร้างแรงบันดาลใจเช่น Pan Group, The Fruit Republic, Unifarm, Phanco และ Satra  นอกจากนั้นนักลงทุนในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างยั่งยืน อาทิ Signify Lighting, Rijk Zwaan, PRIVA, Bejo Seeds, Richel, Speedy Access และ Agri Solutions Asia เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ซึ่งงาน Horti Future เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอนาคตของภาคเกษตรพืชสวนในระดับภูมิภาค ซึ่งแม้ว่างานนี้จะจบลงไป แต่นำมาซึ่งการเจรจาซื้อขายลงทุนอย่างต่อเนื่องในอนาคต


ข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัท Grow Asia ติดต่อ Somang Yang อีเมล์

ข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัท PSAV ติดต่อ Vu Thu Giang อีเมล์

ข้อมูลงาน HortiFuture หรือ Horti Asia ติดต่อ Manuel Madani อีเมล์

‘HortiFuture Vietnam’ – Future Technologies, Today’s Vision!

On April 11, Industry leaders gathered in Ho Chi Minh City for “HortiFuture Vietnam,” a joint conference organized by GrowAsia, PSAV, VNU Exhibitions Asia Pacific, Ministry of Agriculture, Nature and Food Quality of the Netherlands and the Ministry of Agriculture and Rural Development (MARD) to unite a vision and pathways on the future of the horticulture industry.

The 150 delegates mapped out how to bridge growers and smallholders by new technologies and focus on priorities. The United of many levels within the industry to building a sustainable collective industry becoming competitive as a whole. Championed by the PSAV working group, in cooperation with experts from the Netherlands Horticulture industry and Horti Asia community, ensuring that smallholders benefit from Vietnam’s thriving horticulture industry and that Vietnam retains global competitiveness.



These pathways supported by 150 delegates:

  1. Greater access to finance
  2. Consumer and retailer awareness
  3. National standards for quality and certification

HortiFuture identified the top 3 pathways to accelerate the emergence of high tech, high-value horticulture sector. Championed by PSAV, which is the public-private coordination mechanism under the Ministry of Agriculture.

Le Quoc Doanh, Vice Minister for Agriculture and Rural Development, Vietnam shared:

“There is an urgent need for Vietnam’s horticulture sector to adapt to climate change. I believe today’s topic of “Future Technology, Today’s vision,” is extremely timely and relevant. I would like to call on the private sector to share technology in order to spur the sector’s development.”


Nguyen Ngoc Bao, President of Vietnam Cooperative Alliance Vietnam shared:

“HortiFuture is a very good opportunity for Vietnamese cooperatives to link to markets and to learn from modern farming practices. It gives the VCA the opportunity to connect on customized innovations for the future”

HortiFuture’s distinguished visionaries from the Kingdom of the Netherlands and the Vietnamese government including Marjolijn Sonnema Vice Minister of Agriculture, Nature and Food Quality President of Nguyen Ngoc Bao from the Vietnam Cooperative Alliance, Gabrielle Nuijtens of Topsector Horticulture, Former businesswoman of the year Meiny Prins from CEO/ Founder PRIVA . Inspiring growers like the Pan Group, The Fruit Republic, Unifarm, Phanco, and Satra invest in a sustainable growing industry. HortiFuture is made possible by Signify Lighting, Rijk Zwaan, PRIVA, Bejo Seeds, Richel, Speedy Access and Agri Solutions Asia.

Willem Schoustra, Agricultural counsellor of to Vietnam by the Netherlands Embassy

“I am amazed by the great potential of Vietnam in terms of agriculture, particularly in horticulture. Vietnam’s ambition is to become a strong regional and global player. The Netherlands is proud to have supported HortiFuture Vietnam, and looks forward to being a strong partner with high quality and innovative agricultural sector.”

Somang Yang, Partnership Manager of GrowAsia

“Grow Asia is proud to have supported this milestone event spur collective action towards a more sustainable and inclusive future for Vietnam’s horticulture industry and looks forward to supporting the pathways we identified today.”

Manuel Madani, Project Manager Horticulture of VNU Exhibitions Asia Pacific

“The bridge between innovative growers and smallholders is key to grow the industry collectively. One off the core challenges is to connect and inspire one another. If farmers actually learn from the earlier success I believe amazing milestones can be reached earlier than we expect. Having role model growers that lead by example is very powerful. We hope the leaders will continue to lead and scale technologies throughout the industry.

HortiFuture took place on April 11 at the Rex Hotel in Ho Chi Minh City, Vietnam.

For Grow Asia, please contact Somang Yang:

For PSAV, please contact Vu Thu Giang:
For VNU, please contact Manuel Madani:

VIV Asia แต่งตั้ง Heiko M. Stutzinger บริหารเครือข่าย VIV worldwide

ประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 – Heiko M. Stutzinger (ไฮโก เอ็ม ชตุสซิงเงอร์) ได้รับการแต่งตั้งให้บริหารงานแสดงสินค้าของเครือ VIV worldwide ที่อยู่ในสังกัด บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ ยุโรป ภายใต้การบริหารงานของบริษัท จาร์เบอร์

Heiko M. Stutzinger เข้าสู่อุตสาหกรรมด้วยการเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ประจำที่กรุงเทพฯประเทศไทย และปัจจุบันได้รับมอบหมายจากบริษัทต้นสังกัดที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ให้เข้ามาเป็นผู้อำนวยการบริหารงาน VIV worldwide รวมถึงทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ VIV Online 24/7

Ruwan Berculo (รูวัน เบอร์คูโล) ผู้อำนวยการ VIV worldwide จะยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่จะมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมธุรกิจและเป็นที่ปรึกษาหลักสำหรับงานนิทรรศการใหม่ล่าสุด VIV health & nutrition Asia ในขณะที่ Heiko M. Stutzinger กำลังเรียนรู้รายละเอียดของงาน VIV ทั้งหมด

ภูมิภาคเอเชีย ก้าวขึ้นสู่ผู้นำหลัก

“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา VIV Asia ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและทวีความสำคัญอย่างมาก ดังที่ทราบกันว่า VIV Asia เป็นงานแสดงเทคโนโลยีและสัมมนาสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาทุกงานเครือข่าย VIV worldwide อีกทั้งมีการตัดสินใจเปิดตัวโชว์ใหม่ อย่าง VIV health & nutrition Asia จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งมอบและถ่ายโอนความเป็นผู้นำของงานวิฟ ในอนาคต ไปยังศูนย์กลางอันเป็นภูมิภาคหลักอย่างเอเชีย ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง” ความเห็นจาก Ruwan Berculo “เพื่อการบริการและพัฒนาการจัดงานให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีประสิทธิภาพ จึงจะเป็นประโยชน์มากกว่าหากผู้นำอยู่ในภูมิภาคที่เป็นหลักในการพัฒนาการจัดงาน จึงนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งนี้”  Heiko M. Stutzinger กล่าวเสริม

ภูมิภาคยุโรป, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ยังคงเดินหน้าเพิ่มโอกาสทางธุรกิจต่อเนื่อง

ด้วยการลงทุนระดับสูงและนวัตกรรมที่โดดเด่นที่ถูกพัฒนาขึ้นในทวีปยุโรปสร้างมูลค่าและโอกาสทางธุรกิจในภาคธุรกิจงานแสดงสินค้าที่แตกต่างจากในอดีต มีการจัดงานขนาดเล็กลง แต่มุ่งเน้นที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับโลก เน้นการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อรายสำคัญและตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก ซึ่ง VIV worldwide ยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเสนองานงานใหม่ๆ ที่มีคุณภาพสูงขึ้นในทวีปยุโรป

ในเวลาเดียวกัน ผู้จัดงาน วิฟ ยังคงตระหนักถึงงานแสดงสินค้าที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสำคัญสำหรับตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ อย่าง งาน VIV MEA ครั้งที่ 3 ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในกรุงอาบูดาบี ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ไกลออกไปทางใต้ของทวีป Sub-Sahara ก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน VIV worldwide จึงเปิดตัวงาน Poultry Africa เมื่อปี พ.ศ. 2560 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการพัฒนางานแสดงสินค้าระหว่างประเทศในแอฟริกาที่เน้นเกี่ยวกับการผลิตโปรตีนจากสัตว์หลากชนิด

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันและความคาดหวังในทุกทวีปที่จัดงาน บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ ยุโรป จะยังคงเป็นศูนย์รวมของทีมที่แข็งแกร่งที่อูเทร็คท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพราะการผลิตทั้งหมดจะถูกดำเนินการจากส่วนกลางต่อไป

VIV worldwide under new leadership from Asia

VIV worldwide under new leadership from Asia

Effective April 1, 2019, Mr. Heiko M. Stutzinger took full leadership of the VIV worldwide. This includes all trade shows executed by VNU Exhibitions Europe, a fully owned legal entity of Jaarbeurs B.V.

Heiko recently started as Managing Director at VNU Exhibitions Asia-Pacific in Bangkok, Thailand. The directorship of VNU Exhibitions Europe and VIV worldwide, including related events and VIV Online 24/7, will be combined with his role as MD of VNU Exhibitions Asia-Pacific.

Former VIV worldwide Director, Mr. Ruwan Berculo, will continue to be on board and boost new business initiatives like VIV health & nutrition, while making Heiko acquainted with the world of VIV.

Asia in the lead

Over the past few years, VIV activities in Asia have gained significantly in importance. “With VIV Asia as the largest of all VIV trade shows and the recent launch of VIV health & nutrition Asia, it becomes absolutely logical to transfer leadership of VIV to the center of future developments – this is the right moment to make this long-expected transition”, comments Ruwan Berculo. “To serve our fast-growing communities in Asia effectively, it is important to be nearby. Future investments in the regional teams in Asia are also expected, in addition to the transfer of leadership”, adds Heiko M. Stutzinger.

Europe, Middle East and Africa (EMEA) continue to boost opportunities

The high level of investments and outstanding range of innovations developed in Europe create valuable opportunities for trade shows different from the past: smaller, focusing on global product launches and increasingly targeting the connection between selective groups of key buyers and suppliers. VIV worldwide will continue investing in presenting high-quality events in Europe.

At the same time, VIV has realized a proven trade show for the Middle East and North Africa. The 3rd edition of VIV MEA is upcoming and prosperous further growth of the event in Abu Dhabi is secured.

Further South, the Sub-Sahara continent is also growing rapidly. VIV worldwide introduced Poultry Africa in 2017 and will further strengthen its position to develop a Pan-African international trade show for a wide range of animal protein production.

With strong current and expected events in EMEA, VNU Exhibitions Europe will maintain its strong VIV team in Utrecht. All productions in this region will be executed from here.

45,000 นักลงทุนในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ร่วมชมงาน วิฟ เอเชีย การันตีเวทีเจรจาการค้าระดับโลก ด้วยยอดนักลงทุนต่างชาติสูงขึ้นร้อยละ 7